คำถามที่พบบ่อย - chulaorgantransplant.org
คำถามที่พบบ่อย การปลูกถ่ายตับในเด็ก 
  • โดยทั่วไปหากไม่มีภาวะแทรกซ้อนจะอยู่โรงพยาบาลประมาณ 2 – 4 สัปดาห์

  • 1 – 2 สัปดาห์แรก : ติดเชื้อ (ในกระแสเลือด ในช่องท้อง แผลผ่าตัด ทางเดินปัสสาวะ หรือทางเดินหายใจ) หลอดเลือดหรือท่อน้ำดีที่ตัดต่อมีปัญหา ลำไส้ทะลุ  

    2 – 4 สัปดาห์: ภาวะร่างกายปฏิเสธเนื้อเยื่อตับระยะฉับพลัน ติดเชื้อไวรัสเอ็ปสไตน-บาร์ หรือ อีบีวี [Epstein-Barr (EBV)], ไซโตเมกะโลไวรัส หรือ ซีเอ็มวี [Cytomegalovirus (CMV)] ผลข้างเคียงจากการใช้ยา เช่น ความดันโลหิตสูง ไตทำงานบกพร่อง

  • ภาวะร่างกายปฏิเสธเนื้อเยื่อตับระยะฉับพลันหรือเรื้อรัง การกำเริบของโรคตับที่เป็นอยู่เดิม เช่น โรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตับตนเอง ตับแข็งจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี

  • แพทย์จะทำการประเมินว่าผู้ป่วยมีความจำเป็นเร่งด่วนแค่ไหน กรณีตับวายฉับพลัน ผู้ป่วยจะได้รับพิจารณาด่วน แต่หากตับวายเรื้อรังอาการคงที่ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินเป็นขั้นตอนอย่างครบถ้วนและระยะเวลายังขึ้นกับชนิดของตับที่จะได้รับ หากเป็นตับผู้บริจาคสมองตาย จะระบุระยะเวลาแน่ชัดไม่ได้ ขึ้นกับความเหมาะสมของขนาดตับ กรุ๊ปเลือด ผลเลือด หากเป็นตับผู้มีชีวิตใช้ระยะเวลาในการประเมินประมาณ 1 – 6 เดือน

  • หลังปลูกถ่ายตับภายใน 1 ปีแรกผู้ป่วยจะได้รับยากดภูมิขนาดสูง แพทย์จึงแนะนำให้อยู่บ้าน ไม่ออกไปที่สาธารณะหรือใส่หน้ากากอนามัยเมื่อไปที่พลุกพล่าน เพราะมีโอกาสได้รับเชื้อโรค หากไปโรงเรียนจะต้องแจ้งคุณครูให้ทราบและสามารถเรียนร่วมกับคนอื่นได้ นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงป้องกันแสงแดดเพราะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังมากกว่าคนปกติ เช่น เลี่ยงแสงแดดช่วงเที่ยงวัน สวมหมวก และทาครีมกันแดด เป็นต้น สามารถออกกำลังกายเบาๆได้ เช่น ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ วิ่ง หลีกเลี่ยงกีฬาที่เสี่ยงต่อการกระทบกระแทก เช่น รักบี้ ฟุตบอล

  • ให้กินอาหารปรุงสุกใหม่ๆ ที่สะอาด ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารสุกๆดิบๆหรือการกินอาหารปิ้งย่าง กรณีผลไม้ควรกินผลไม้ที่ล้างและปลอกเปลือกแล้ว หลีกเลี่ยงผลไม้กลุ่มส้ม ส้มโอ หรือเกรปฟรุต เพราะมีผลกับระดับยากดภูมิ