คลังความรู้ - chulaorgantransplant.org
คลังความรู้สำหรับบุคคลทั่วไป

แนวทางการดูแลผู้ป่วยระหว่างรอปลูกถ่ายไต


5 ข้อหลักที่พึงปฏิบัติระหว่างรอปลูกถ่ายไต 

1. ฟอกเลือดอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์แนะนำ
2. รับประทานยาอย่างถูกต้อง ครบถ้วน
3. คุมอาหารตามแพทย์แนะนำ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
4. ฉีดวัคซีนต่างๆให้ครบ เช่น ตับอักเสบบี, ไข้หวัดใหญ่, และ ปอดบวม
5. หลีกเลี่ยงการรับเลือดหรือเติมเลือด ซึ่งทำได้โดยการฉีดยากระตุ้นเลือดสม่ำเสมอ เนื่องจากการเติมเลือดจะทำให้การปลูกถ่ายทำได้ยากมากขึ้้น

เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้ายผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตซึ่งมีหลายวิธีให้เลือกได้แก่ 

1. การฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis)

คือ การนำเลือดออกจากร่างกายผู้ป่วยเพื่อฟอก โดยผู้ป่วยจะได้รับการแทงเข็ม เพื่อนำเลือดออกจากร่างกายผ่านเข้าเครื่องไตเทียม ตัวกรองเลือด เพื่อฟอกเลือด แล้วส่งเลือดที่ถูกนำน้ำและของเสียออกกลับคืนเข้าสู่ผู้ป่วย สามารถทำในโรงพยาบาลหรือศูนย์ฟอกเลือดเท่านั้น ครั้งละ 4-5ชั่วโมง 2-3ครั้งต่อสัปดาห์ โดยต้องมีการเตรียมเส้นเลือดก่อนการฟอกเลือด โดยเส้นเลือดมี 2 ชนิด คือ

  • ชนิดถาวร ได้แก่ การผ่าตัดต่อเส้นเลือดโดยใช้เส้นเลือดผู้ป่วยเอง และ การผ่าตัดต่อเส้นเลือดโดยใช้เส้นเลือดเทียม
  • ชนิดชั่วคราวได้แก่ สายสวนเส้นเลือดดำเพื่อฟอกเลือดชั่วคราว
    • ข้อเสีย อาจจะอุดตัน ติดเชื้อและทำให้เส้นเลือดดำที่สวนตีบตันได้
    • ข้อดี ถ้าจำเป็นต้องฟอกเลือดเร่งด่วนการใช้สายส่วนนี้ก็สามารถใช้ได้หลายสัปดาห์  

2. การล้างไตทางหน้าท้องcontinuous ambulatory peritoneal dialysis (CAPD)

คือ การใส่น้ำยาล้างไตเข้าไปในช่องท้อง แช่ทิ้งไว้เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนของเสียและน้ำระหว่างเส้นเลือดและน้ำยาล้างไต แล้วเปลี่ยนถ่ายออกตามระยะเวลาที่กำหนด ต้องทำต่อเนื่องกันตลอดทั้งวัน วันละประมาณ  4 ครั้ง ค้างน้ำยาในช่องท้องครั้งละประมาณ 4-6 ชั่วโมง ซึ่งผู้ป่วยต้องได้รับการผ่าตัดวางสายท่อล้างไตเข้าไปในช่องท้องเพื่อเป็นการใส่น้ำยาเข้าออก การล้างไตทางช่องท้องผู้ป่วยหรือญาติต้องทำเองที่บ้าน การเปลี่ยนน้ำยาแต่ละรอบใช้เวลา 20-30 นาที หลังจากนั้นสามารถทำงานหรือกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ 

  • ข้อเสีย คือ เสี่ยงต่อการติดเชื้อช่องท้อง มีผลต่อระดับน้ำตาลผู้ป่วยโรคเปาหวาน รู้สึกอึดอัดแน่นท้องจากน้ำยาที่ต้องค้างในท้องนาน
  • ข้อดี คือ ทำได้เองที่บ้านทุกวัน มีการเปลี่ยนแปลงของสารน้ำในร่างกายครั้งละไม่มาก

3.การปลูกถ่ายไต (kidney transplantation)

             คือ การปลูกถ่ายไตใหม่เข้าไปเพื่อทำหน้าที่ทดแทนไตเดิม มี 2 ชนิด คือ 1) จากผู้บริจาคไตที่เป็นผู้ป่วยสมองตาย หรือ  2) จากญาติพี่น้องของผู้ป่วย  

  • ข้อเสีย คือ อาจมีภาวะแทรกซ้อนการผ่าตัด ปฏิเสธเนื้อเยื่อไต ต้องกินยากดภูมิตลอดชีวิต 
  • ข้อดี คือ คุณภาพชีวิตดี กลับมามีความเป็นอยู่แบบคนปกติ ไม่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อล้างไต

ข้อควรรู้ก่อนการปลูกถ่าย 

1) หลังปลูกถ่ายไตใหม่จะทำงานเมื่อใด

อาจจะทำงานได้ทันที หรืออีก 2-3 สัปดาห์จึงจะสามารถทำงานได้ปกติ ส่วนไตเดิมของผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเอาออก ถ้าไตนั้นไม่ได้เป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูง หรือมีการติดเชื้อในไตเกิดขึ้น

2) เตรียมความพร้อมอย่างไร 

ก่อนตัดสินใจทำการปลูกถ่ายไต ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อร่วมกันพิจารณาถึงความเหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย เนื่องจากการปลูกถ่ายไตนอกจากจะมีข้อดีแล้ว ยังมีความเสี่ยงต่อการผ่าตัด ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากยากดภูมิคุ้มกันหลังผ่าตัดได้ เป็นต้น

3) ปัจจัยเสี่ยงของการต่อต้านเนื้อเยื่อไต 

  • หมู่เลือดไม่ตรงกัน
  • ความคล้ายของ HLA น้อย
  • ตรวจความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อทางห้องปฏิบัติการเป็นบวก แสดงว่ามีการสร้างภูมิต่อต้านกัน 

4) ภาวะแทรกซ้อน

  • การปฏิเสธเนื้อเยื่อไต มักเกิดจากกินยาไม่สม่ำเสมอ หรือผิดขนาด 
  • ติดเชื้อง่ายกว่าปกติ จากการได้รับยากดภูมิ 
  • มีความเสี่ยงต่อการเกิดทะเร็งมากกว่าปกติ

5) การปฏิบัติระหว่างรอปลูกถ่ายไต 

1. ฟอกเลือดอย่างสม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ
2. รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ
3. คุมอาหารตามแพทย์แนะนำ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
4. ฉีดวัคซีนต่างๆให้ครบ เช่น ตับอักเสบบี, ไข้หวัดใหญ่, และ ปอดบวม
5. หลีกเลี่ยงการรับเลือดหรือเติมเลือด ซึ่งทำได้โดยการฉีดยากระตุ้นเลือดสม่ำเสมอ เนื่องจากการเติมเลือดจะทำให้การปลูกถ่ายทำได้ยากมากขึ้้น

    ดูทั้งหมด